Friday, March 27, 2015
ดูพฤติกรรมโฉด ทหารไทย ที่ทำการเพื่อ "ปรับทัศนคติ"
ดูพฤติกรรมโฉด ทหารไทย ที่ทำการเพื่อ "ปรับทัศนคติ"
ในเดือนกันยายน (ที่ผ่านมา) นี้ ทหารอุ้มหายประชาชนไปแล้ว ๓ คน ทั้ง ๓ กรณีถูกทหารห้ามมิให้ญาติเคลื่อนไหว ก่อนหน้านี้มีการอุ้มประชาชนไปซ้อมทรมานแล้ว ๑๔ คน ภายหลังจากการซ้อมทรมาน ก็นำมาฝากขังที่เรือนจำ มีการตั้งข้อหาที่ร้ายแรง และส่วนหนึ่งต้องขึ้นศาลทหาร ศาลทหารไม่ให้ประกันตัว การพิจารณาไม่มีอุทธรณ์ฎีกา
การซ้อมทรมานจากการได้รับข้อเท็จจริงในฐานะทนายความคือ
๑) ใช้สายไฟเปลือยพันสำลียัดเข้ารู้ทวารหนัก แล้วนำมาพันที่อวัยวะเพศ จากนั้นเร่งกระแสไฟฟ้า ในจำนวนนี้มีผู้ต้องหารายหนึ่งที่อวัยวะเพศเสื่อมสภาพไปแล้วจากการทรมานดังกล่าว
๒) เจ้าหน้าที่ใส่หน้ากากเข้ามาในห้องควบคุม กระทืบ เตะ ต่อย ทุบตี
๓) นำถูงมามัดหัวเพื่อให้ขาดอากาศหายใจ
๔) เอาปืนยาวมายัดปากแล้วกระชากลูกเลื่อน ขู่ว่าจะฆ่าเพื่อให้รับสารภาพ
๕) เตรียมขุดหลุมเพื่อฝังทั้งเป็น แล้วขู่ให้รับสารภาพ จากการตรวจสอบพบว่าหลายกรณีผู้ต้องหาถูกขังเกินที่กฎหมายกำหนด มีการส่งตัวให้ทหารไปควบคุมต่อโดยอ้างว่าผู้ต้องหายินยอม และเมื่อทนายความไปขอพบ เจ้าหน้าที่จะบ่ายเบี่ยงและไม่อนุญาตให้พบ ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในรายงานของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนแล้ว ผมไม่มีข้อเรียกร้องใดต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนครั้งนี้ ในจิตใจของผู้กระทำมันอำมหิตเกินกว่าที่จะว่ากล่าวโดยหลักการ ได้แต่เขียนบันทึกนี้ไว้เพื่อเป็นหลักฐานว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้เข้ามารับรู้และรับทราบความทุกข์ของนักโทษการเมือง แต่ไม่สามารถยุติ หรือยับยั้งเหตุการณ์ดังกล่าวได้เลย!
มีพี่น้องส่งข้อความหลังกล่องข้อความมากมาย ที่ผมไม่ได้ตอบ หรือไม่ได้อ่าน เพราะมีหลายเพจที่ดูแลอยู่ แต่ส่วนใหญ่อ่านแล้วไม่ได้ตอบ วันนี้แวะย้อนไปอ่าน พบข้อความตรงนี้ เลยอยากยกมาให้พี่น้องดูถึงความสามานย์โฉดชั่วของทหารไทยครับ ละเมิดสิทธิมนุษยชนเห็น ๆ 

ในเดือนกันยายน (ที่ผ่านมา) นี้ ทหารอุ้มหายประชาชนไปแล้ว ๓ คน ทั้ง ๓ กรณีถูกทหารห้ามมิให้ญาติเคลื่อนไหว ก่อนหน้านี้มีการอุ้มประชาชนไปซ้อมทรมานแล้ว ๑๔ คน ภายหลังจากการซ้อมทรมาน ก็นำมาฝากขังที่เรือนจำ มีการตั้งข้อหาที่ร้ายแรง และส่วนหนึ่งต้องขึ้นศาลทหาร ศาลทหารไม่ให้ประกันตัว การพิจารณาไม่มีอุทธรณ์ฎีกา
การซ้อมทรมานจากการได้รับข้อเท็จจริงในฐานะทนายความคือ
๑) ใช้สายไฟเปลือยพันสำลียัดเข้ารู้ทวารหนัก แล้วนำมาพันที่อวัยวะเพศ จากนั้นเร่งกระแสไฟฟ้า ในจำนวนนี้มีผู้ต้องหารายหนึ่งที่อวัยวะเพศเสื่อมสภาพไปแล้วจากการทรมานดังกล่าว
๒) เจ้าหน้าที่ใส่หน้ากากเข้ามาในห้องควบคุม กระทืบ เตะ ต่อย ทุบตี
๓) นำถูงมามัดหัวเพื่อให้ขาดอากาศหายใจ
๔) เอาปืนยาวมายัดปากแล้วกระชากลูกเลื่อน ขู่ว่าจะฆ่าเพื่อให้รับสารภาพ
๕) เตรียมขุดหลุมเพื่อฝังทั้งเป็น แล้วขู่ให้รับสารภาพ จากการตรวจสอบพบว่าหลายกรณีผู้ต้องหาถูกขังเกินที่กฎหมายกำหนด มีการส่งตัวให้ทหารไปควบคุมต่อโดยอ้างว่าผู้ต้องหายินยอม และเมื่อทนายความไปขอพบ เจ้าหน้าที่จะบ่ายเบี่ยงและไม่อนุญาตให้พบ ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในรายงานของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนแล้ว ผมไม่มีข้อเรียกร้องใดต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนครั้งนี้ ในจิตใจของผู้กระทำมันอำมหิตเกินกว่าที่จะว่ากล่าวโดยหลักการ ได้แต่เขียนบันทึกนี้ไว้เพื่อเป็นหลักฐานว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้เข้ามารับรู้และรับทราบความทุกข์ของนักโทษการเมือง แต่ไม่สามารถยุติ หรือยับยั้งเหตุการณ์ดังกล่าวได้เลย!
ดูพฤติกรรมโฉด ทหารไทย ที่ทำการเพื่อ "ปรับทัศนคติ"
ดูพฤติกรรมโฉด ทหารไทย ที่ทำการเพื่อ "ปรับทัศนคติ"
ในเดือนกันยายน (ที่ผ่านมา) นี้ ทหารอุ้มหายประชาชนไปแล้ว ๓ คน ทั้ง ๓ กรณีถูกทหารห้ามมิให้ญาติเคลื่อนไหว ก่อนหน้านี้มีการอุ้มประชาชนไปซ้อมทรมานแล้ว ๑๔ คน ภายหลังจากการซ้อมทรมาน ก็นำมาฝากขังที่เรือนจำ มีการตั้งข้อหาที่ร้ายแรง และส่วนหนึ่งต้องขึ้นศาลทหาร ศาลทหารไม่ให้ประกันตัว การพิจารณาไม่มีอุทธรณ์ฎีกา
การซ้อมทรมานจากการได้รับข้อเท็จจริงในฐานะทนายความคือ
๑) ใช้สายไฟเปลือยพันสำลียัดเข้ารู้ทวารหนัก แล้วนำมาพันที่อวัยวะเพศ จากนั้นเร่งกระแสไฟฟ้า ในจำนวนนี้มีผู้ต้องหารายหนึ่งที่อวัยวะเพศเสื่อมสภาพไปแล้วจากการทรมานดังกล่าว
๒) เจ้าหน้าที่ใส่หน้ากากเข้ามาในห้องควบคุม กระทืบ เตะ ต่อย ทุบตี
๓) นำถูงมามัดหัวเพื่อให้ขาดอากาศหายใจ
๔) เอาปืนยาวมายัดปากแล้วกระชากลูกเลื่อน ขู่ว่าจะฆ่าเพื่อให้รับสารภาพ
๕) เตรียมขุดหลุมเพื่อฝังทั้งเป็น แล้วขู่ให้รับสารภาพ จากการตรวจสอบพบว่าหลายกรณีผู้ต้องหาถูกขังเกินที่กฎหมายกำหนด มีการส่งตัวให้ทหารไปควบคุมต่อโดยอ้างว่าผู้ต้องหายินยอม และเมื่อทนายความไปขอพบ เจ้าหน้าที่จะบ่ายเบี่ยงและไม่อนุญาตให้พบ ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในรายงานของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนแล้ว ผมไม่มีข้อเรียกร้องใดต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนครั้งนี้ ในจิตใจของผู้กระทำมันอำมหิตเกินกว่าที่จะว่ากล่าวโดยหลักการ ได้แต่เขียนบันทึกนี้ไว้เพื่อเป็นหลักฐานว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้เข้ามารับรู้และรับทราบความทุกข์ของนักโทษการเมือง แต่ไม่สามารถยุติ หรือยับยั้งเหตุการณ์ดังกล่าวได้เลย!
มีพี่น้องส่งข้อความหลังกล่องข้อความมากมาย ที่ผมไม่ได้ตอบ หรือไม่ได้อ่าน เพราะมีหลายเพจที่ดูแลอยู่ แต่ส่วนใหญ่อ่านแล้วไม่ได้ตอบ วันนี้แวะย้อนไปอ่าน พบข้อความตรงนี้ เลยอยากยกมาให้พี่น้องดูถึงความสามานย์โฉดชั่วของทหารไทยครับ ละเมิดสิทธิมนุษยชนเห็น ๆ 

ในเดือนกันยายน (ที่ผ่านมา) นี้ ทหารอุ้มหายประชาชนไปแล้ว ๓ คน ทั้ง ๓ กรณีถูกทหารห้ามมิให้ญาติเคลื่อนไหว ก่อนหน้านี้มีการอุ้มประชาชนไปซ้อมทรมานแล้ว ๑๔ คน ภายหลังจากการซ้อมทรมาน ก็นำมาฝากขังที่เรือนจำ มีการตั้งข้อหาที่ร้ายแรง และส่วนหนึ่งต้องขึ้นศาลทหาร ศาลทหารไม่ให้ประกันตัว การพิจารณาไม่มีอุทธรณ์ฎีกา
การซ้อมทรมานจากการได้รับข้อเท็จจริงในฐานะทนายความคือ
๑) ใช้สายไฟเปลือยพันสำลียัดเข้ารู้ทวารหนัก แล้วนำมาพันที่อวัยวะเพศ จากนั้นเร่งกระแสไฟฟ้า ในจำนวนนี้มีผู้ต้องหารายหนึ่งที่อวัยวะเพศเสื่อมสภาพไปแล้วจากการทรมานดังกล่าว
๒) เจ้าหน้าที่ใส่หน้ากากเข้ามาในห้องควบคุม กระทืบ เตะ ต่อย ทุบตี
๓) นำถูงมามัดหัวเพื่อให้ขาดอากาศหายใจ
๔) เอาปืนยาวมายัดปากแล้วกระชากลูกเลื่อน ขู่ว่าจะฆ่าเพื่อให้รับสารภาพ
๕) เตรียมขุดหลุมเพื่อฝังทั้งเป็น แล้วขู่ให้รับสารภาพ จากการตรวจสอบพบว่าหลายกรณีผู้ต้องหาถูกขังเกินที่กฎหมายกำหนด มีการส่งตัวให้ทหารไปควบคุมต่อโดยอ้างว่าผู้ต้องหายินยอม และเมื่อทนายความไปขอพบ เจ้าหน้าที่จะบ่ายเบี่ยงและไม่อนุญาตให้พบ ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในรายงานของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนแล้ว ผมไม่มีข้อเรียกร้องใดต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนครั้งนี้ ในจิตใจของผู้กระทำมันอำมหิตเกินกว่าที่จะว่ากล่าวโดยหลักการ ได้แต่เขียนบันทึกนี้ไว้เพื่อเป็นหลักฐานว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้เข้ามารับรู้และรับทราบความทุกข์ของนักโทษการเมือง แต่ไม่สามารถยุติ หรือยับยั้งเหตุการณ์ดังกล่าวได้เลย!
บวรศักดิ์ แต๋วแตก ตามประวิทย์...ยุคแต๋วครองเมืองใกล้หมดวาระ แต๋วจึงแตกตามคิว
เมื่อสิบกว่าปีก่อน ผมเห็นบวรศักดิ์ เดินสายพูดเรื่องการออกนอกระบบ ผมก็ว่าพอมีความเป็นชาย จนดูไม่ออกว่าเป็นแต๋ว วันนี้ อาการกร่างของพวกแต๋วที่บ้าอำนาจ มันปรากฎชัดมาก อย่างประยุทธ์เนี่ย แมนจริง เวลาตวาดมันก็จะออกมาอย่างที่เห็น บวรศักดิ์ แต๋วแตก ตามประวิทย์...ยุคแต๋วครองเมืองใกล้หมดวาระ แต๋วจึงแตกตามคิว
"สื่อโดนอีก คราวนี้ ‘บวรศักดิ์’จวกสื่อ!! วิจารณ์ระบบเยอรมัน"สื่อโดนอีก คราวนี้ ‘บวรศักดิ์’จวกสื่อ!! วิจารณ์ระบบเยอรมัน ท้าต้องการไทยแท้ต้องระบอบสฤษดิ์...(ระบบที่พวกเผด็จการอย่างมึงต้องการไง ไอ้สัส..บวรศักดิ์)เค้ามองออก จับทางพวกมึงได้ ว่า เผด็จการมันขียนกฏ ร่างกติกา มันจะพาชาจลงเหว ย้อนยุดไปสู่ยุคหิน นะไอ้เหี้ย iระชาชนต้องการ คือ ทุกสิ่ง ทุกอย่างต้องมาจากประชาชน ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินด้วยเสียงส่วนใหญ๋ มึงเข้าใจไหม ไอ้โง่ ไอ้ขี้ข้ารับใชเผด็จการ ....
Posted by Red Thai on Friday, March 27, 2015
ไทยเป็นประเทศเผด็จการเต็มรูป ด้วย ม. 44 (เครดิต คุณจอม เพชรประดับ)
Published on Mar 27, 2015
อาจารย์ธนะศักดิ์ สายจำปา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มสธ. ให้สัมภาษณ์ Thaivoicemedia กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะใช้ ม.44 แทนกฎอัยการศึก เพื่อให้การบริหาร และการปฎิรูปประเทศเป็นไปด้วยความรวดเร็วแ ละราบรื่นมากขึ้นว่า จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีอำนาจเต็มทั้งสามอำนาจคือ บริหาร ตุลาการ และนิติบัญญํติ โดยจะไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลย์จากอำนาจใด ๆ แม้จะเป็นผลดีที่จะทำให้การทำงานของ คสช.จะรวดเร็วมากขึ้น แต่ก็ได้ทำให้เสียงคัดค้าน ต่อต้าน หรือเห็นต่างจาก คสช.ลดน้อยลงไปแน่นอน เพราะความเคลื่อนไหวทางโซเชี่ยลมีเดีย ยังกระทำได้อย่างกว้างขวางอยู่เหมือนเดิม แต่จะยิ่งทำให้ กระแสกดดันจากนานาชาติเพิ่มมากขึ้น เพราะเพียงแค่ กฎอัยการศึก ก็มีการออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกอยู่ตลอดเว ลา ส่วนอำนาจพิเศษตาม ม.44 นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จะใช้ปิดสื่อ หรือ ประหารสื่อ หรือคนที่เห็นต่าง หรือกลุ่มประชาชนที่คัดค้านหรือไม่นั้น ไม่อาจจะเดาใจได้ แต่คงเป็นการพูดเล่นมากกว่า คงทำไม่ได้ เพราะแม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะมีอำนาจเต็ม ไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลย์ แต่ระบบสังคมยุคใหม่ ประชาชนเองสามารถตรวจสอบถ่วงดุลย์ผู้มีอำน าจได้อยู่แล้ว


ไทยเป็นประเทศเผด็จการเต็มรูป ด้วย ม. 44 (เครดิต คุณจอม เพชรประดับ)
Published on Mar 27, 2015
อาจารย์ธนะศักดิ์ สายจำปา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มสธ. ให้สัมภาษณ์ Thaivoicemedia กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะใช้ ม.44 แทนกฎอัยการศึก เพื่อให้การบริหาร และการปฎิรูปประเทศเป็นไปด้วยความรวดเร็วแ ละราบรื่นมากขึ้นว่า จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีอำนาจเต็มทั้งสามอำนาจคือ บริหาร ตุลาการ และนิติบัญญํติ โดยจะไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลย์จากอำนาจใด ๆ แม้จะเป็นผลดีที่จะทำให้การทำงานของ คสช.จะรวดเร็วมากขึ้น แต่ก็ได้ทำให้เสียงคัดค้าน ต่อต้าน หรือเห็นต่างจาก คสช.ลดน้อยลงไปแน่นอน เพราะความเคลื่อนไหวทางโซเชี่ยลมีเดีย ยังกระทำได้อย่างกว้างขวางอยู่เหมือนเดิม แต่จะยิ่งทำให้ กระแสกดดันจากนานาชาติเพิ่มมากขึ้น เพราะเพียงแค่ กฎอัยการศึก ก็มีการออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกอยู่ตลอดเว ลา ส่วนอำนาจพิเศษตาม ม.44 นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จะใช้ปิดสื่อ หรือ ประหารสื่อ หรือคนที่เห็นต่าง หรือกลุ่มประชาชนที่คัดค้านหรือไม่นั้น ไม่อาจจะเดาใจได้ แต่คงเป็นการพูดเล่นมากกว่า คงทำไม่ได้ เพราะแม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะมีอำนาจเต็ม ไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลย์ แต่ระบบสังคมยุคใหม่ ประชาชนเองสามารถตรวจสอบถ่วงดุลย์ผู้มีอำน าจได้อยู่แล้ว


Subscribe to:
Posts (Atom)









